ข้อมูลเชิงลึก

หลักการใช้รังสียูวี

รังสียูวีที่เปล่งรังสีในช่วงประมาณ 200 nm - 313 nm สามารถทำลายเชื้อจุลินทรีย์ เช่น แบคทีเรีย ยีสต์ เห็ด และราได้ มีประสิทธิภาพการทำลายเชื้อได้ดีที่สุด ทั้งชนิดที่เป็น DNA และ RNA ได้"

หลักการใช้รังสียูวีฆ่าเชื้อ

รังสียูวีในช่วง UVGI นี้ สามารถทำลาย RNA VIRUS เช่น COVID-19 โดยมีประสิทธิภาพสูงสุดที่ความยาวคลื่น 260 นาโนเมตร 

นอกจากนี้ ยังสามารถทำลาย DNA VIRUS และจุลินทรีย์ต่างๆ ได้ ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงสุดที่ความยาวคลื่น 265 นาโนเมตร

สามารถฆ่าเชื้อโรค และ ไวรัสCovid-19 ได้จริงหรือไม่?

อย่างที่หน้าก่อนหน้านี้ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า รังสีUV-C ที่มีปริมาณแสงมากพอจะสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และไวรัสเหล่านี้ได้ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า เครื่องฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสีUV-C ที่คุณมีอยู่นั้นมีปริมาณแสงมากเพียงพอหรือไม่?

เมื่ออ้างอิงข้อมูลจาก รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ (อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ได้เขียนให้ข้อมูลวิธีการคำนวณความเข้มข้นของหลอด UV-C  “การคำนวณค่าความเข้มของแสง และระยะเวลาที่ฉายแสง จะต้องทำการวัดออกมาเป็นหน่วย ไมโครวัตต์วินาทีต่อตารางเซนติเมตร (Ws/cm2) ซึ่งถ้าจะฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสส่วนใหญ่ให้ตายได้สูงถึง 90% ขึ้นไป จะต้องใช้แสงยูวีเป็นปริมาณระหว่าง 2,000 ถึง 8,000 ไมโครวัตต์วินาทีต่อตารางเซนติเมตร (Ws/cm2) ”

ข้อมูลอ้างอิงhttps://bit.ly/2wFvbuN

ประสิทธิภาพของรังสียูวีซีในการทำลายเชื้อขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ได้รับ ความเข้มและความยาวคลื่นของรังสี สำหรับการฆ่าเชื้อในอากาศหรือพื้นผิวสามารถประเมินประสิทธิภาพจากปริมาณรังสีหรือ UV dose ซึ่งเป็นปริมาณรังสีที่เชื้อสัมผัส ถ้าเชื้อจุลินทรีย์ล่องลอยอยู่ในอากาศผลของรังสีจะเทียบเท่าค่า UV dose แต่ถ้ามีฝุ่นละอองล่องลอยในอากาศร่วมด้วย ปริมาณรังสีที่สัมผัสกับเชื้อจุลินทรีย์อาจลดลง จึงต้องใช้ระยะเวลาในการทำลายเชื้อนานขึ้น

UV dose (หน่วยไมโครวัตต์วินาทีต่อตารางเซ็นติเมตร; µWs/cm2) สามารถคำนวนโดยนำค่าความเข้มของรังสีหรือ UV intensity (หน่วยไมโครวัตต์ต่อตารางเซ็นติเมตร; µW/cm2) คูณด้วยระยะเวลาที่สัมผัสรังสีหรือexposure time (หน่วยวินาที; seconds) จากการศึกษาพบปริมาณรังสียูวีซีที่ใช้ทำลายเชื้อชนิดต่างแสดงดัง

การทดสอบประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อโคโรนาไวรัสที่ทำให้เกิดอาการทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงหรือ SARS-CoV ด้วยรังสียูวีซีที่ความยาวคลื่น 254 นาโนเมตร ระยะห่าง 3 เซนติเมตร ความเข้มแสง 4016 µW/cm2 สามารถกำจัดเชื้อได้หมดภายในเวลา 15 นาที หากใช้ความเข้มแสง 90 µW/cm2 ที่ระยะห่าง 80 เซนติเมตร จะต้องใช้เวลา 60 นาที จึงจะทำลายเชื้อได้หมด จะเห็นว่าประสิทธิภาพการทำลายเชื้อขึ้นอยู่กับความเข้มแสงยูวีซี ระยะห่างของแหล่งกำเนิดแสง และระยะเวลา ดังนั้นการใช้แสงยูวีซีเพื่อทำลายเชื้อให้ได้ประสิทธิผลต้องคำนึงถึงปัจจัยดังกล่าวร่วมด้วย

นอกจากความเข้มข้นแสงแล้วเรื่องการกระจายแสง UV-C ก็สำคัญ

ไม่ใช่เพียงแค่ประสิทธิภาพของหลอด UV-C เท่านั้น แต่การกระจายแสงของหลอดก็สำคัญ เพราะหลักการฆ่าเชื้อคือ ทุกจุดของวัตถุที่เรานำไปฆ่าเชื้อจะต้องโดนแสง หากมีเงาหรือวางวัตถุซ้อนกัน จะถือว่าจุดนั้นไม่โดนฆ่าเชื้อ หากต้องการความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นก็สามารถนำข้อมูลนี้ ไปใช้คำนวณอุปกรณ์หรือเครื่องมือที่ใช้ฉายแสง UV ว่าเข้มข้นและการกระจายแสงดีพอที่จะช่วยฆ่าเชื้อโรคให้เราได้จริงๆหรือไม่ หรือสอบถามข้อมูลเหล่านี้จากทางแบรนด์นั้นๆก่อนจะเลือกนำมาใช้งานนะคะ

รังสียูวีซีเป็นอันตรายหรือไม่?

ดวงตา : ห้ามให้รังสียูวีซี สัมผัสกับดวงตา  เพราะสามารถทำอันตรายกระจกตาและเลนส์ตาบางส่วน

ผิวหนัง : จะทำให้ผิวไหม้แดง แสบผิว และก่อให้เกิด มะเร็งได้

ระบบทางเดินหายใจและปอด : รังสีในความยาวคลื่นต่ำกว่า 240 nm สามารถผลิตก๊าซโอโซน วึ่งเป็นก๊าซพิษที่อันตรายต่อระบบทางเดินหายใจและปอด     #หากมีการปล่อยโอโซนเล็กน้อย จะต้องน้อยกว่า 0.10 ppm 

หมายเหตุ : ขณะใช้งานเครื่องมือ ควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันรัสียูวีซี ได้แก่ หน้ากากแบบเต็มใบหน้า เสื้อผ้า ปกคลุมร่างกายให้มิดชิด ถุงมือ และรองเท้า          นอกจากนั้น พลาสติก แผ่นใส หรือกระจกทั่วไป ก็สามารถป้องกันรังสียูวีซีได้เพราะรังสียูวีซีไม่สามารถทะลุผ่านได้

อ้างอิง สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตตกรรม