เทคโนโลยีแสง UV

รังสี UV-A

ช่วงความยาวคลื่น 315-380 รู้จักกันในนาม ‘Black Light” เป็นรังสีที่มีอันตรายและระคายเคืองผิวมนุษย์น้อยที่สุด มีความเข้มข้นต่ำที่สุด สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายด้าน เช่น การทำ Skin Tanning การรักษาโรคเกี่ยวกับความผิดปกติของผิวหนัง การใช้ประโยชน๋์ ทางด้านเคมี ฟิสิกส์ และการเลี้ยงพืช โดยจะถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการรักษาเด็กที่มีอาการตัวเหลือง ใช้ในการบำบัดด้วยแสงและรักษาโรคทางผิวหนังที่เกิดขึ้นบางชนิด ซึ่งนอกจากทางด้านการแพทยืแล้วหลอดไฟ UVA ยังนิยมใช้ในการผลิตเครื่องอาบแดดเพื่อทดแทนแสงอาทิตยื ใช้ประกอบเวทีการแสดงต่างๆ ใช้ทดสอบธนบัตรโดยการส่องไฟ อีกทั้งยังถูกใช้ในการดักจับแมลงอีกด้วย

ยูวีเอ (UVA, Ultraviolet A) เป็นรังสียูวีที่มีความยาวคลื่นยาวที่สุด อยู่ระหว่าง 320-400 นาโนเมตร (nm)

  • เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดผิวแก่ก่อนวัย จุดด่างดำและฝ้า 
  • นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า UVA สามารถทำให้ผิว มีความไวต่อ UVB เพิ่มมากขึ้นด้วย

รังสี UV-B

ช่วงความยาว 280-315 nm ก่อให้เกิดการไหม้ของผิวหนัง ( Sunburn or Erythematic ) ทำให้เกิดการเผาไหม้และการอักเสบของตาดำหรือระคายเคืองตาได้ แต่มีคุณประโยชน์ในการรักษาโรคผิวหนังบางชนิดได้ รวมถึงประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมเคมี และการเลี้ยงสัตว์หลอดไฟชนิดนี้นิยมให้ในทางการแพทย์เพื่อรักษาโรคทางผิวหนัง เช่น โรคสะเก้ดเงิน โรคภูมิแพ้ ผิวหนัง โรคด่างขาว เป็นต้น โดยการรักษาด้วยหลอดไฟ UV-B จะมีประสิทธิภาพและมีโอกาสที่จะกลับไปเป็นโรคนี้อีกครั้ง ในเปอร์เซนต์ที่น้อย แต่การใช้งานจำเป็นจะต้องถูกควบคุมปริมาณและระยะเวลาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและอาจมีผลข้างเคียงตามมา เช่น เกิดอาการคัน คลื่นไส้ อาเจียน นอกจากนี้หญิงตั้งครรภ์ยังสามารถใช้หลอดไฟทางการแพทย์นี้ในการทดแทนแสงอาทิตย์ที่ขาดไป เพื่อให้ได้รับวิตมิน D3 ที่เพียงพอนั่นเอง

ยูวีบี (UV B, Ultraviolet B) เป็นรังสียูวีที่มีความยาวคลื่นอยู่ระหว่าง 290-320 นาโนเมตร (nm)

  • หากผิวสัมผัสถูกรังสี UVB จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ (Deoxy-Ribonucleic Acid; DNA) ซึ่งเป็นสาเหตุของ มะเร็งผิวหนัง

รังสี UV-C

ช่วงความยาวคลื่น 100-280 nm จะสามารถยับยั้งการทำงานของเชื้อโรคที่จะขยายสูงสุดที่ 265 nm จำกัดการทำงานของเชื้อโรคได้อย่างดีในการทำลาย DNA และ  RNA ของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กซึ่งหมายความว่าไม่สามารถแพร่พันธุ์ และก่อให้เกิดโรคได้อีกในส่วนของหลอดไฟ UVC จะถุกเรียกว่า หลอดไฟฆ่าเชื้อ เนื่องจากมักถูกนำมาใช้ในการจำกัดเชื้อต่างๆ ในสถานที่ที่ต้องการรักษาความสะอาดอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้มีเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมในสถานที่นั้น  โดยหลอดไฟชนิดนี้มักถูกนำมาใช้ในโงพยาบาล สถานที่ปลอดเชื้อ อุตสาหกรมมอาหาร-น้ำดื่ม อุตสาหกรรมผลิตยาและเวชภัณฑ์ เรือนปศุสัตว์ รวมไปถึงห้องทดลองต่างๆ แต่อย่างไรก็ตามการใช้หลอดไฟ UVC จำเป็นจะต้องมีความระมัดระวังเนื่องจากรังสี UVC เป็นรังสีที่มีอันตรายต่อผู้ที่สัมผัส ดังนั้นผู้ใช้จะต้องมีสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนถึงการใช้รังสี และระวังไม่ให้สัมผัสโดนผิวหนังหรือดวงตา

ยูวีซี  (UVC, Ultraviolet C) เป็นรังสียูวีที่มีความยาวคลื่นสั้นที่สุด อยู่ระหว่าง 210-290 นาโนเมตร (nm) 

  • โดยธรรมชาติรังสีในช่วงความยาวคลื่นนี้ จะถูกดูดซับด้วยโอโซนในชั้นบรรยากาศไม่สามารถผ่านเข้ามายังโลกได้

ความแตกต่างกับการใช้งานที่โดดเด่น

หลอดไฟยูวี ทั้ง 3 ชนิด มีวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกันทั้งสิ้น เพราะนักวิทยาศาสตร์ได้มีการคำนวณถึงระยะของช่วงคลื่นว่าปริมาณเท่าไรจึงจะเหมาะกับการใช้ปะโยชน์ในด้านนั้นๆ รวมถึงจะเป็นอันตราย อย่างไรหากใช้ในระยะเวลาที่มากเกินไป ทำให้การใช้หลอดไฟยูวีจะต้องใช้ด้วยความระมัดระวังและเลือกใช้ให้ตรงกับคุณสมบัติของชนิดของหลอดไฟนั้นๆ โดยเราสามารถนำหลอดไฟยูวีมาใช้ได้ทั้งในชีวิตประจำวันและในอุตสาหกรรมด้านต่างๆ จะเห็นได้ว่าหลอดไฟ UV แต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน ทั้งความเข้มข้นของแสง ประโยชน์ในการใช้งาน และข้อควรระใัดระวัง ดังนั้น หากต้องการเลือกใช้หลอดไฟให้ตอบโจทย์ความต้องการ จำเป็นจะต้องมีการศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนเพื่อให้ใช้งานได้ถุกต้องตามคุณสมบัติและความโดเด่นของหลอดไฟชนิดนั้นๆ

ลักษณะการใช้งานของหลอดไฟ UVC

แสง UVC ช่วยยับยั้งการทำงานและการแพร่กระจายของเชื้อโรคในอากาศและพื้นผิวที่มีแบคทรีเรียและเชื้อไวรัส จุลินทรีย์ ทั้งหมดที่ทดสอบ

การใช้งาน ใช้ได้ทั้งในอากาศ บนพื้นผิว วัตถุ

อากาศ  ยับยั้งการทำงานของเชื้อโรคในอากาศส่วนบน

บนพื้นผิว คนไอ จาม หรือหายใจออก จะยับยั้งการทำงานของเชื้อโรค

วัตถุ เชื้อไวรัสสามารถ อยู่บนพื้นผิวได้นานถึง 5 วัน จะยับยั้งการทำงานของเชื้อโรคกับวัตถุ

รังสี UV ทำลายเชื้อโรคได้อย่างไร

รังสียูวีที่ใช้ในการฉายเพื่อทำลายเชื้อจุลินทรีย์ เรียกว่า Ultraviote Irradiation หรือ UVGI มีความยาวคลื่น 200 นาโนเมตร ถึง 313 นาโนเมตร ( ตามมาตรฐาน CIE , DIN , IESNA ) โดยมีประสิทธิภาพการทำลายเชื้อโรคได้ดีที่สุดที่ 256 นาโนเมตร ( สำหรับจุลินทรีย์ และ DNA VIRUS ) รังสี UV ในช่วง UVGI นี้สามารถทำลาย RNA VIRUS เช่น COVID-19 ได้โดยมีประสิทธิภาพสูงสุดที่ความยาวคลื่น 260 นาโนเมตร นอกจากนี้ ยังสามารถทำลาย DNA VIRUS และ จุลินทรีย์ต่างๆได้

คำแนะนำและคำเตือนในการใช้รังสี UV